หน้าหลัก ค้นหา ติดต่อ สมุดโทรศัพท์ การเรียน/การสอน เหตุการณ์ แผนที่เว็บ Thai/Eng
MCU
Mahachulalongkornrajavidyalaya University


หัวข้อข่าว
หน้าแรก
ข่าวมหาวิทยาลัย
ข่าวทั่วไป
ข่าวกิจกรรม
ข่าวอบรม
ข่าวสัมมนา/ประชุม
ข่าวคณะสงฆ์
ข่าวรับสมัครบุคลากร
ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
ข่าวรับสมัครนิสิต
ข่าว ศูนย์ช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ไทยสาร ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข่าวออนไลน์
ผู้จัดการ ออนไลน์
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
เดลินิวส์
หนังสือพิมพ์มติชน
หนังสือพิมพ์ข่าวสด
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
ไทยทาวน์ ยูเอสเอ นิวส์
Bangkok Post


ข่าวมหาวิทยาลัย
"บัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ ๔.๐"
วันที่ ๐๔/๐๙/๒๐๑๗ เข้าชม : ๖๗๘ ครั้ง

 "บัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ ๔.๐"

งานสัมมนาทางวิชาการระดับบัณฑิตศึกษา มหาจุฬา สาขาพระพุทธศาสนา สาขาปรัชญา สาขาธรรมนิเทศ มหาจุฬา ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนรู้ทางวิชาการระหว่างนิสิตกับอาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย ในหัวข้อ "บัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ ๔.๐"

 

ในภาพอาจจะมี 1 คน, กำลังยิ้ม, ดอกไม้ และ ข้อความ

 

พระพรหมบัณฑิต ศ.ดร. อธิการบดีมหาจุฬา กล่าวว่า สัมมนาวิชาการถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนบัณฑิตเป็นช่องทางการทำวิทยานิพนธ์ของนิสิต เพราะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มหาจุฬาได้เปรียบเพราะมีนักปราชญ์ทั่วโลกด้านศาสนามามหาจุฬาบ่อยๆ เพราะเป็นมหาจุฬาเป็นสมาคมพระพุทธศาสนาโลก และวิสาขบูชาโลก มีผู้คนระดับโลกในด้านศาสนาต้องการมาพบปะสนทนากับนิสิตมหาจุฬา เราต้องเชิญผู้ทรงคุณวุฒิระดับโลกมาเพื่อแลกเปลี่ยน ถึงจะมีบรรยากาศในการเรียนรู้ มหาจุฬาได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ จะมีนักปราชญ์แวะเวียนมาบ่อย เหมือนให้อาจารย์พิเศษมาพบนิสิต ถือว่าเราใช้โอกาสน้อยในการเชิญผู้ทรงระดับโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อยอดงานวิทยานิพนธ์ 
บัณฑิตศึกษาในยุคไทยแลนด์ ๔.๐ บัณฑิตศึกษาจะตอบโจทย์นี้อย่างไร ? เพราะการเรียนในระดับปริญญาโท เอก ต้องทันกับเหตุการณ์ปัจจุบัน เป็นการเรียนแบบบูรณาการ เชื่อมโยงกับศาสตร์สมัยใหม่เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม การขับเคลื่อนประเทศใช้ไทยแลนด์ ๔.๐ การเรียนระดับบัณฑิตต้องนำงานวิจัยที่เราทำไปขับเคลื่อนสังคม ทำงานวิจัยเสร็จต้องนำไปใช้ได้จริง อย่าเป็นวิจัยแค่ขึ้นหิ้ง เรามีจุดแข็งอะไร เราถนัดอะไร จะมีผลต่อชีวิตเราไหมในอนาคต มีผลกระทบต่อสังคมไหม เพราะการทำวิทยานิพนธ์ต้องทำตัวเหมือนดักแด้ก่อนจะเป็นผีเสื้อ มี ๔ ขั้นตอน คือ วางไข่ หนอน ดักแด้ โบยบินเป็นผีเสื้อ สร้างโลกด้วยการผสมเกสร เราเรียนปริญญาตรีเหมือนหนอน เก็บข้อมูล ส่วนการเรียนปริญญาโทเอก เหมือนผีเสื้อเป็นความรู้ตกผลึก อาจารย์ที่ปรึกษาช่วยพอประมาณ ให้ผีเสื้อบินได้เอง จบออกมาต้องเป็นผีเสื้อสมบูรณ์ แต่ถ้าที่ปรึกษาเขียนให้เกินหน้าที่ เราจะได้ " ผีเสื้อพิการ " ไม่สามารถบินได้ด้วยตนเอง อาจารย์ที่ปรึกษาต้องโหด โขก สับทางวิชาการให้ตึกผลึก แต่ต้องเป็นกัลยาณมิตร 
ไทยแลนด์ ๔.๐ เกิดมาจาก World Bank ในพศ.๒๕๕๔ ธนาคารโลก กลุ่มเศรษฐกิจโลกได้จัดอันดับประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศมีรายได้ปานกลางระดับสูง ( Upper - middle - income group ) ไทยมีแผนพัฒนาประเทศ ๒๐ ปี จะพัฒนาประเทศมีรายได้สูง ไปถึงแน่ถ้าคนไทยไม่ทะเลาะกัน ไม่ขัดแย้งกันเหมือนในปัจจุบัน โมเดลไทยแลนด์ ๔.๐ คือ เกษตรกรรม อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมหนัก และนวัตกรรม เราจะทำอย่างไร ? ถึงจะไม่ติดในกับดัก ในการพัฒนา และสามารถเป็นไทยแลนด์ ๔.๐ ทุกอย่างย่อมมีกับดักของชีวิต กำลังทำงานสื่ออย่างดี อนาคตกำลังรุ่ง แต่ตอนนี้อยู่ในคุก เรียนบัณฑิตต้องทราบบริบทสังคม คำถามบัณฑิตวิทยาลัยจะไปสู่ไทยแลนด์ ๔.๐ อย่างไร อะไรคือกับดักในทางพระพุทธศาสนา งานวิจัยของเราต้องช่วยคนในมิติใดมิติหนึ่ง งานวิจัยบัณฑิตวิทยาลัยต้องสามารถจัดการกับกำดักของสังคม เราในฐานะบัณฑิตศึกษาจะเอาธรรมะหรืองานวิจัยอะไรไปช่วยสังคม ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทราบว่าคนไทยมีกับดักชีวิต จึงมีแนวคิดด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อความสุขของชีวิต 
ในเรื่องของThai Economy ๔.๐ เราจะ "ทำมากแต่ได้น้อย ทำน้อยแต่ได้มาก " เรียกว่า more for loss หรือ less for more ภูฏานทำงานได้เงินน้อยแต่มีความสุข ส่วนไทยทำงานหนักแต่ได้เงินน้อยเพราะคนไทยเป็นลูกน้อง ประเทศที่พัฒนาแล้วจะเป็นผู้จัดการ ด้วยการใช้สมองและเป็นเจ้าของกิจการ ทำงานเบาแต่ได้เงินมาก คนที่รวยที่สุดในโลกอยู่ที่สหรัฐอเมริกา คือ บิลเกต ถามว่าบิลเกตทำงานอะไร เพราะใช้สมอง ? รวมถึงสติปจ๊อปได้เงินมหาศาล รวมถึงซัมซุงของเกาหลีตอนนี้โน๊ต ๘ เตรียมออกแล้ว เตรียมกอบโกยเงินมหาศาล แล้วงานวิจัยบัณฑิตวิทยาลัยเราจะทำอย่างไร?เรียนจบมหาจุฬาต้องเป็นเจ้าอาวาสอย่าไปเป็นแค่ลูกวัดเท่านั้น เจ้าอาวาสใช้สมองในการบริหาร ถ้าพระลูกต้องใช้แรงงาน เครื่องมือสำคัญจะไปสู่ ๔.๐ คือ นวัตกรรม งานวิจัยของบัณฑิตวิทยาลัยมีนวัตกรรมอะไรบ้าง ? ให้สอดรับกับยุคไทยเเลนด์ ๔.๐ สมัยอธิการเรียนปริญญาเอก มีความลำบากมาก เพราะมีเงื่อนไขมาก เช่น จะทำวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ จะต้องมีหนังสือเล่มนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาบังคับว่าต้องมีหนังสือเล่มนี้ ถึงจะสามารถทำวิทยานิพนธ์ได้ ในสมัยอดีตเทคโนโลยีไม่ทันสมัยค้นคว้าลำบากมาก แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีช่วยแต่นิสิตก็ยังเรียนไม่จบ บัณฑิตวิทยาลัยต้องไปหาคำตอบ เพราะอะไร ? ทำไมต้องทำวิจัยเรื่องยากๆ เพราะเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อนำมาใช้ในปัจจุบัน ยิ่งเรียนยิ่งสนุก โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศล มีการเชื่อมภาษาบาลี เหมือนเวลาทำงานต้องเชื่อมระหว่างวิชาการกับปฏิบัติ เช่น เมื่อเป็นเจ้าอาวาสบริหารแล้ว มักจะไม่เทศน์ ไม่เขียน ถ้ามาเรียนมหาจุฬาถ้าบริหารวัดยังแย่อยู่ ไม่ต้องมาเรียน มาเรียนมหาจุฬาต้องบริหารวัดตนเองให้ดี อย่าแยกการบริหารและงานวิชาการออกจากกัน เราต้องบริหารด้วยสมองจึงจะพัฒนา อย่าแยกออกจากกัน จะทำได้ต้องมี " นวัตกรรม เทคโนโลยี และการบริการ " งานวิจัยต้องมีนวัตกรรม เทคโนโลยี การบริการ 
พระพระพุทธเจ้าเป็นผู้ก่อตั้งถือว่าเป็นการประดิษฐกรรม Invention เราอย่าคิดคำสอนใหม่ที่ไม่พื้นฐาน มีการตีความผิด ๆ เราไม่ต้องประดิษญ์คำสอนใหม่ แต่เราสามารถเป็นนวัตกรรม ใครก็ตามที่นำมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นเหมาะสมกับสังคมด้วยการประยุกต์บูรณาการ ทำให้น่าสนใจมากขึ้น เรียกว่า นวัตกรรม วิปัสสนากรรมฐานเป็นนวัตกรรม ท่านตินัทฮันนำเสนอการภาวนาให้เหมาะกับคนในสังคมปัจจุบัน ถือว่าเป็นนวัตกรรม นิสิตบัณฑิตทุกสาขามกาจุฬาจะทำวิจัยเรื่องใดก็ตามจะต้องเป็นมีนวัตกรรม ถือว่าเป็นบูรณาการศาสตร์สมัยใหม่ เราต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ สาขาธรรมนิเทศมีคนเรียนน้อยเพราะขาดนวัตกรรม ต้องเป็นไปเพื่อการเผยแผ่ธรรมะ จะต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการเผยแผ่ นำศาสตร์นิเทศ เป็นนิเทศศาสตร์เพื่อการเผยแผ่ สงฆ์เราอ่อนแอ่เพราะเราขาดนิเทศศาสตร์ ต้องมีการเชื่อมธรรมะกับนิเทศศาสตร์เป็นการบูรณาการ เรียนจบต้องสามารถเป็น สื่อมวลชนของสงฆ์ มิใช่มาเรียนเรื่องเทศน์เท่านั้น ส่วนสันติศึกษาเรียนแล้วต้องใจกว้าง ทุกมิติทางศาสนา พูดคุยกับบุคคลที่มีความต่าง รับฟังกันและกัน ไม่คลั่งศาสนาของตน สันติศึกษากับปรัชญาจึงไปด้วยกัน สิ่งสำคัญทุกหลักสูตรต้องมีนวัตกรรม 
งานวิจัยต้องมี ๔ นวัตกรรม คือ " ด้านผลผลิต ด้านการบริการ ด้านกระบวนการ ด้านการจัดการ " งานวิจัยต้องสอดคล้องกับด้านใดด้านหนึ่งให้ได้ 
๑)นวัตกรรมด้านการผลผลิต คือ การนำเอาองค์ความรู้ในอภิธรรมปิฏกและวิธีปฏิบัติกรรมฐานมาบูรณาการเข้ากับจิตวิทยาตะวันตกจนเกิดสาขาพุทธจิตวิทยาและชีวิตและความตาย รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกของโลกที่ผลิตนวัตกรรม ทำหนังสือพระไตรปิฏกเล่มแรกของโลกด้วนการใช้เทคโนโลยี ในพศ. ๒๔๓๖ ถือว่าเป็นการนวัตกรรมด้านผลผลิต รัชกาลที่ ๕ จึงมีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนาและมหาจุฬาเป็นอย่างยิ่ง บัณฑิตวิทยาลัยต้องสร้างนิเทศศาสตร์ทางธรรมะให้ได้ ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วย ต้องพัฒนาไปสู่อนุสาสนียปาฎิหาริย์ 
๒) นวัตกรรมด้านกระบวนการ คือ การแสวงหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อลดขั้นตอนในการผลิต เช่น วิธีการสอนภาษาอังกฤษแก่มหาเปรียญโดยเทียบเคียงกับภาษาบาลี วิธีการสอนเชิงพุทธบูรณาการ 
๓) นวัตกรรมด้านการบริการ คือ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์มาใช้ในการเรียนการสอนและเผยแผ่ธรรม บริการด้านวิชาการเพื่อให้เข้าถึงคนในยุคสมัยใหม่ 
๔) นวัตกรรมด้านการบริหาร คือ การนำหลักธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการจนได้ผลจริง (Paperless Office) บัณฑิตวิทยาลัยจึงต้องคุมคุณภาพการศึกษา

 

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, รองเท้า และ เด็ก

 

ในภาพอาจจะมี 13 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, ดอกไม้ และ รองเท้า

 

ในภาพอาจจะมี 3 คน, คนที่ยิ้ม

 

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป


ขอขอบคุณ : ภาพ/ข่าว : พระอาจารย์ปราโมทย์ วาทโกวิโท,นิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา และ MCU TV
 


แหล่งข่าว : ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ
Print This Page    Sent to Friend

ข่าวอื่นๆในหมวด
  โปรดเกล้าฯผู้แทนพระองค์เปิดการประชุมวิสาขบูชาโลกประจำปี 2561    
  ผู้แทนพระองค์ กล่าวเปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ครั้งที่ ๑๕    
  Honorable Prime Minister of Bhutan Keynote Speech on The Opening Ceremony of Vesak 2018    
  Welcome Address by Phra Brahmapundit on The Opening Ceremony of Vesak 2018    
  พระพรหมบัณฑิตต้อนรับนายกฯภูฏานปาฐกถาพิเศษวันวิสาขะ    
  สมเด็จพระสังฆราชประทานสัมโมทนียกถา Speech by His Holiness Supreme Patriarch of Thailand    
 
สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ 
พัฒนาและดูแลโดย : webmaster@mcu.ac.th 
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันพฤหัสบดี ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕