ข่าวประชาสัมพันธ์
“รองอธิการบดี มจร” หนุนคณาจารย์เรียนภาษาอังกฤษ 1 ปี สามารถพัฒนาปัญญา ช่วยงานคณะสงฆ์มากยิ่งขึ้น
13 มิ.ย. 65 | ข่าวมหาวิทยาลัย
586

“รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มจร” กระตุ้นคณาจารย์ปรับตัวยุคหลังโควิด หนุนเรียนภาษาอังกฤษ 1 ปี เป็นฐานสร้างพุทธนวัตกรรมพัฒนาปัญญา (ประดิษฐ์) สามารถช่วยงานคณะสงฆ์มากขึ้น หวังยกระดับพระพุทธศาสนาบริการสังคมมากยิ่งขึ้น

วันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๕ พระปราโมทย์ วาทโกวิโท, ดร. อาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เลขานุการศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน มจร เปิดเผยว่า ในฐานะคณาจารย์หลักสูตรสันติศึกษา มจร ได้เข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศคณาจารย์ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๕ ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในรูปแบบของ Onsite และรูปแบบของ Online ผ่านโปรแกรมระบบ Zoom โดยพระเทพปวรเมธี, รศ.ดร. รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและรักษาการแทนอธิการบดี มจร เป็นประธานเปิดและบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายการจัดการศึกษามหาจุฬาหลังโควิด ๑๙” สาระสำคัญว่า ที่ผ่ามามหาจุฬาจัดการเรียนการเรียนการสอนแบบออนไลน์ในสถานการณ์โควิด แต่หลังโควิดจะต้องปรับมาใช้รูปแบบ Onsite โดยสามปีที่ผ่านมาทำให้เราคุ้นเคยกับรูปแบบออนไลน์แต่ทำให้ทำงานหนักกว่าเดิมเพราะไม่มีวันหยุดซึ่งออนไลน์เข้าถึงได้ง่ายทุกที่ทุกเวลา

นโยบายการจัดการศึกษามหาจุฬาหลังโควิด ๑๙ อาจารย์จะต้องเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เพื่อยอมรับฟังคนอื่นสามารถนำไปพัฒนาหลักสูตร เปิดหน้าต่างความรู้ เปิดประตูความคิด เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะต้องปรับตัวให้ทันด้วยการรู้เท่าทันการเปลี่ยนผ่านหลักของพระไตรลักษณ์ “รู้เท่าเอาไว้ป้องกัน รู้ทันเอาไว้แก้ไข” บริบทขององค์กรมีการเปลี่ยนแปลงแบบหักศอกแต่เราต้องไม่ตามกระแสแต่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงแต่การเปลี่ยนแปลงจะต้องเกิดจากภายใน โดยจะต้องถอดบทเรียนในอดีตเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดให้ปัจจุบันให้ดียิ่งขึ้น แต่ต้องระวังข้อมูลข่าวสารบางอย่างอาจจะไม่เป็นจริง จึงต้องมีสติในการรับสารต่างๆ

โดยสถานการณ์ของโควิดทำให้เรามีความห่างกัน ทำให้เกิดสังคมที่ขาดการสัมผัสหรือขาดความสัมพันธ์ระหว่างกัน ในปัจจุบันจึงมีการเปลี่ยนผ่านหลายมิติมีปัญญาประดิษฐ์ จึงกลับมาทบทวนว่าแผนพัฒนาจะต้องมีการยืดหยุ่นเพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมองภาพกว้างคือแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ นำไปสู่แผนการศึกษาแห่งชาติและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยรวมถึงแผนพัฒนาแต่ละหน่วยงาน มีการกำหนดคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์เน้น Soft Skills มากขึ้น สถาบันอุดมศึกษาจะต้องพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพสังคม ฝึกให้เป็นผู้มีการสื่อสารอย่างเข้าใจ เคารพในความแตกต่างทางวัฒนธรรม สถาบันอุดมศึกษาจะต้องแข่งขันเพื่อยกระดับให้มีคุณภาพ ซึ่งแนวโน้มการจัดการศึกษาให้ยุควิถีใหม่จะเห็นว่าจำนวนมหาวิทยาลัยมากขึ้น มีการแย่งลูกค้ากัน ขึ้นอยู่ว่าหลักสูตรนั้นจัดการเรียนการสอนที่สามารถตอบโจทย์ บางหลักสูตรคนเรียนน้อยลงจะต้องปิดลง จึงต้องลดบุคลากรลงเพราะจำนวนงบประมาณที่รัฐสนับสนุนน้อยลง ภายใต้วิกฤตต่างๆ เช่น โควิด มหาจุฬาจึงต้องเพิ่มคณาจารย์อัตราจ้างมากขึ้นเพราะอาจารย์ประจำไม่เพียงพอ หลักสูตรบัณฑิตจะต้องสามารถพึ่งพาตนเองได้ ผ่านการจัดหลักสูตรระยะสั้นเพื่อตอบโจทย์ท้องถิ่นเพื่อสามารถพึ่งพาตนเองได้

ความท้าทายในการจัดการศึกษาคืออัตราการเกิดน้อยลง หลักสูตรเกินความต้องการ แต่ผู้สูงอายุมากขึ้น จึงต้องจัดหลักสูตรที่สามารถตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่มหาจุฬามีต้นทุนทางสังคมที่ดี ทิศทางในการจัดการศึกษาจะต้องมีรูปแบบที่หลากหลาย มีมาตรฐานกำกับมีความเป็นสากล ให้ผู้เรียนมีทางเลือกมากขึ้นตามความต้องการ เน้นยุทธศาสตร์เชิงรุกตอบโจทย์สังคม จึงมองถึงมาตรฐานการศึกษาโดยมองด้านกายภาพ ด้านวิชาการ ด้านการเงินบัญชี และด้านการบริหาร แต่กายภาพน่าจะเพียงพอแล้วแต่ควรเน้นวิชาการให้มากขึ้น มุ่งการเรียนการสอน การวิจัยการสร้างนวัตกรรม จึงต้องปลูกศรัทธาพัฒนาปัญญา โดยมหาจุฬาจะต้องเป็นฐานของการพัฒนาปัญญาเป็นฐานช่วยคณะสงฆ์ให้มากขึ้น โดยยกระดับไปสู่พระพุทธศาสนาเพื่อสังคมมากขึ้น แต่ต้องมีคันถธุระและวิปัสสนาธุระเป็นฐาน

โดยกระทรวง อว. มีจัดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ซึ่ง มจร อยู่ในกลุ่มพัฒนาปัญญาและคุณธรรมด้วยหลักทางศาสนา ซึ่งวิสัยทัศน์ของ มจร คือมหาวิทยาลัยจัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ และสร้างพุทธนวัตกรรมเพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม ซึ่งสอดรับกับพันธกิจ ๕ ด้าน คือ ผลิตบัณฑิต การวิจัยพัฒนา ส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการวิชาการสังคม ทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม และพัฒนาระบบการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล แต่สิ่งที่เน้นย้ำมากคือการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพตามปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ ของสถาปนามหาจุฬาในการเรียนพระพุทธศาสนาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ หลักสูตรในแผน ๑๓ จะต้องคุยกันอย่างจริงจังว่าสามารถตอบโจทย์สังคมหรือไม่อย่างไร ปริมาณหลักสูตรมากเกินไปหรือไม่ ตอบโจทย์อัตลักษณ์ของมหาจุฬาหรือไม่ หลักระดับบัณฑิตศึกษาจึงกลับมาทบทวนให้ชัดเจน อะไรมากเกินไปขอให้ลดแต่เพิ่มหลักสูตรระยะสั้นให้มากขึ้น คณาจารย์จะต้องได้รับการพัฒนาให้เชี่ยวชาญจริงๆ เลือกความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ หรือ สนับสนุนให้คณาจารย์เรียนภาษา ๑ ปี ที่อังกฤษเพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดมีความเชี่ยวชาญ ผลงานของคณาจารย์มีความเป็นสากลนำไปสู่สาธารณปัญญา มีการวัดผลประเมินอย่างมีมาตรฐาน นำไปสู่ผู้ใช้บัณฑิตมีความพอใจหรือไม่อย่างไร เช่น คณะสงฆ์ จึงต้องสร้างพุทธนวัตกรรมผ่านศาสนาบุคคล ศาสนธรรม ศาสนสถาน ศาสนวัตถุ และศาสนพิธี โดยคำนึงนวลักษณ์ของบัณฑิต มจร จึงมีการบูรณาการตรีลักษณ์ของบัณฑิต มจร ประกอบด้วย ความรู้ดี มีคุณธรรม นำสังคมสันติสุข

การศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ จะต้องเผชิญกับความเร็วของการเปลี่ยนแปลง การบริหารการศึกษาในยุคเปลี่ยนผ่านจะต้องรับใช้สังคมไทยมากขึ้น มีการทำวิจัยเพื่อการพัฒนาการศึกษามากขึ้น จัดกิจกรรมที่ขับเคลื่อนสังคมมากขึ้น จึงสรุปว่ามหาจุฬาหลังโควิดจะต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ สร้างบรรยากาศในเรียนรู้มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว จะต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันขอให้ทำอย่างเต็มที่อย่างสร้างสรรค์ในเชิงบวก สร้างนวัตกรรมทางการศึกษา มีระบบคุณธรรมมุ่งความโปร่งใสจึงขออนุโมทนาขอบคุณรองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไปในการนำเสนอให้กรรมการทำให้ มจร ยกระดับความโปร่งใสอย่างมีธรรมาภิบาล สุดท้ายจึงขอให้เรายกระดับรับผิดชอบต่อสังคม คือ ให้มากกว่าเอาจากสังคม คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เคารพและร่วมมือกับภาคส่วนอื่น และเป้าหมายสุดท้ายคือความเจริญของพระพุทธศาสนา พื้นที่ชุมชน และ ประเทศชาติต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

  • พระมหาบัณฑิต ปณฺฑิตเมธี,ป.ธ.๙ ดร. คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มอบหมายให้ พระครูสมุห์วชิรวิชญ์ ฐิตวํโส,ดร. รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ปฏิบัติหน้าที่แทน นำเยี่ยมชมการเรียนการสอนการบริหารการจัดการและมอบเกียรติบัตรพร้อมทั้งเป็นผู้ดำเนินรายการอภิปรายร่วมระหว่าง คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เรื่อง การสอนพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาพลเมือง ในยุค VUCA WORLD”
    20 ก.พ. 68 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    264
  • พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขาในพระองค์ฯ เปิดงานวิจัย “ประสิทธิผลหลักปฎิบัติธรรมนาวาวัง”
    13 ก.พ. 68 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    223
  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ ทรงเป็นประธานเปิดงาน “ มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2567” ทรงพระราชทานเกียรติบัตร แก่พระครูสังฆรักษ์จักรกฤษณ์ ภูริปญฺโญ, ผศ.ดร. ประธานศูนย์วิจัยคณะครุศาสตร์
    05 ก.พ. 68 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    245
  • ขอเชิญผ้บริหารคณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป เข้าร่วม โครงการนำเสอนผลวิจัย ประสิทธิผลหลักปฎิบัติ 'ธรรมนาวา วัง' และสะท้อนมุมมองพุทธยุวชนต่อพุทธศาสนา วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ณ อาคาร มวก. ๔๘ พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
    03 ก.พ. 68 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    857
  • พระพรหมวัชรธีราจารย์,ศ.ดร. อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมตตาเป็นประธานปิดโครงการพัฒนาบุคลากรและนิสิตเพื่อเป็นพระวิปัสสนาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย
    25 ม.ค. 68 | ข่าวมหาวิทยาลัย
    364